พิพิธภัณฑสถานวัดคลองท่อม

                         

12065535_790745124386466_7292084418469875159_n

                ประวัติวัดคลองท่อม

วัดคลองท่อมเป็นวัดราษฎร์ ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลคลองท่อมใต้  อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่  กำเนิดขึ้นใน พ.ศ.2451 โดยพระภิกษุจันทร์ ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่เริ่มสร้างเป็นสำนักสงฆ์และต่อมายกสถานะเป็น “วัดคลองท่อม” ซึ่งในช่วงแรกเป็นเพียงวัดเล็กๆ

จนกระทั่ง พ.ศ.2448 พระครูอาทรสังวรกิจ(ขณะนั้นคือพระสวาส กนุตสํวโร) ได้มาจำพรรษาขอบรรพชาและอุปสมบทเป็นจำนวนมาก พระครูอาทรสังวรกิจจึงขอความร่วมมือไปยังบรรดาพ่อค้าประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ชักชวนกันระดมทุนก่อสร้างเสนาสนะและถาวรวัตถุอื่นๆที่จำเป็นโดยใช้ทุนทรัพย์ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายลูกปัดโบราณที่คันพบจำนวนมากในบริเวณนี้

วัดคลองท่อมได้รับพระราชทานวิงสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2504 และใน พ.ศ.2510 กรมศาสนาประกาศยกย่องให้วัดคลองท่อมเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างระดับจังหวัด

                         ปูชนียวัตถุสำคัญในวัดคลองท่อม

  • พระสำเภาก๋ง หรือหลวงพ่อจู้เฉ่ง

เป็นพระพุทธรูปไม้เก่าแก่อยู่คู่วัด ว่ากันว่าชาวเรือพบพระลอยน้ำอยู่กลางทะเลจึงอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่เสากระโดงเรือและนำมาถวายวัด

  • พระเงิน พระพุทธรูปเก่าแก่ไม่ทราบที่มา
  • รูปเหมือนหลวงปูทวด วัดช้างไห้
  • รูปเหมือนหลวงพ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน

พระเกจิที่สำคัญของภาคใต้ ซึ่งเป็นที่สักการบูชาของพุทธศาสนิกชนโดยรอบ

                          ชุมชนคลองท่อม จุดค้นพบควนลูกปัด

คลองท่อม เป็นชื่อของชุมชนหนึ่งในอำเภอคลองท่อมจังหวัดกระบี่ เป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณคลองท่อมซึ่งได้ค้นพบลูกปัดเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ควนลูกปัด” (“ควน” ในภาษาปักษ์ใต้ หมายถึงเนินดินหรือเขาขนาดย่อม)หมายถึงควนที่มีลูกปัดหรือมีลูกปัดอยู่เป็นควน ชาวคลองท่อมรุ่นก่อนๆได้เล่าว่าได้พบลูกปัดโบราณต่างๆในบริเวณควนลูกปัดมานานแล้วเมื่อฝนตกชะหน้าดินออก จะพบลูกปัดชนิดต่างๆทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่มากมายอยู่ทั่วไป แต่ก็ไม่มีใครสนใจเพราะเชื่อกันว่าหากใครนำลูกปัดมาเก็บไว้ที่บ้าน จะทำให้เดือดร้อนเจ็บป่วยหรือประสบความหายนะต่างๆ ควนลูกปัดแห่งนี้จึงถูกทอดทิ้งมาเป็นเวลานานจนกระทั่งเมื่อได้มีการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดี ทำให้ทราบว่าชุมชนคลองท่อมในอดีต เป็นชุมชนโบราณสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของภาคใต้และเป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณคดีที่พบลูกปัดโบราณเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศไทยในขณะนี้

                          ชุมชนโบราณคลองท่อม

ด้วยสภาพภูมิประเทศบริเวณคลองท่อมเป็นที่ราบลุ่มริมฝั่งลำน้ำเหมาะต่อการทำเกษตรกรรม บริเวณที่เป็นเนินดินควนลูกปัดตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะต่อการอยู่อาศัยและตั้งถิ่นฐานของชุมชนและอยู่ไม่ห่างกับปากแม่น้ำก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลอันดามันจึงเหมาะกับการติดต่อกับเรือเดินทะเลที่เข้ามาทางฝั่งทะเลตะวันตก

ผลจากการขุดค้นทางโบราณคดีพบการเข้าอยู่อาศัยของชุมชนบนเนินดินควนลูกปัด 2 ช่วงสมัย นักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่าในครั้งแรกมีการเข้ามาตั้งถิ่นฐานบนเนินดินอย่างประปราย เป็นช่วงที่มีการเริ่มติดต่อกับชุมชนโพ้นทะเลระหว่างพุทธศตวรรษที่ 5 ถึงพุทธศตวรรษที่ 8 แล้วร้างไประยะหนึ่ง ต่อมาได้พากันเข้ามาตั้งถิ่นฐานครั้งใหญ่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 10-11 มีการติดต่อกับชุมชนโพ้นทะเลอย่างจริงจัง และทำการค้าโดยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมผลิตเครื่องประดับลูกปัดเป็นสินค้าออกและซื้อขายแลกเปลี่ยน จากการค้นพบลูกปัดโบราณแบบต่างๆ เป็นจำนวนมากมายรวมทั้งโบราณวัตถุอื่นๆ พบว่าชุมชนโบราณคลองท่อมมีการติดต่อกับผู้คนในแถบอินเดียตอนใต้ ตะวันออกกลางชาวโรมันในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนชนชาติจีน ซึ่งอาจจะเข้ามาโดยตรงหรือผ่านทางชนชาติอื่น รวมทั้งชนชาติในดินแดนเอเชียอาคเนย์ที่อยู่ในช่วงสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่มีการแลกเปลี่ยนทางการค้าและวัฒนธรรมกับชุมชนโพ้นทะเล เช่น ชุมชนเมืองออกแก้ว ประเทศเวียดนาม ชุมชนในมาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าชุมชนโบราณคลองท่อมมีการติดต่อสัมพันธ์กับชุมชนโบราณภายนอกทั้งฝั่งโลกตะวันตกและโลกตะวันออกในฐานะเมืองท่าสำคัญที่อยู่ในเส้นทางการค้าทางทะเลสมัยโบราณ

                          ลูกปัดแก้วและหิน

1111-horz

ค้นพบมากบริเวณควนลูกปัด อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่มีลักษณะรูปทรงต่างๆดังนี้

  1. ลูกปัดมงคล
  2. ลูกปัดโลหะ
  3. ลูกปัดเขียนลาย
  4. ลูกปัดอำพันทองและลูกปัดทองคำ
  5. ลูกปัดแก้วโมเสก
  6. ลูกปัดหินสีมีค่า

                          ลูกปัดภาคใต้ บนเส้นทางข้ามคาบสมุทรมลายู

จากลักษณะภูมิศาสตร์ภาคใต้ของประเทศที่เป็นแหลมยื่นไปในทะเลเหมือนกำแพงธรรมชาติกั้นระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิกทำให้ภาคใต้กลายเป็นจุดปะทะของเส้นทางการเดินเรือ ตามแนวทั้งชายฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งทะเลอ่าวไทยจึงปรากฏแหล่งโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อค้าขายทางเรืออยู่เป็นระยะตั้งแต่จังหวัดชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงาและกระบี่ กลายเป็นบริเวณที่ตั้งเมืองท่าสำคัญเมื่อราว 2000 ปี – 1000 ปีมาแล้ว บรรดาพ่อค้าต่างแดนใต้มุ่งหน้าเดินเรือมายังเมืองท่าต่างๆเหล่านี้ เพื่อจอดพักเรือและขนถ่ายสินค้าลัดข้ามคาบสมุทรโดยมิได้เดินเรือที่เป็นนิยมทั้งทางซีกโลกตะวันตกและตะวันออกในระยะเวลานั้นได้แก่ ลูกปัด จึงทำให้พบหลักฐานการกระจายตัวของลูกปัดตามเมืองท่าหรือสถานีการค้าต่างๆจำนวนมาก

เส้นทางข้ามคาบสมุทรได้มีนักวิชาการเสนอไว้จำนวนหลายเส้นทางแต่หากจะอธิบายถึงการใช้เส้นทางดังกล่าวแล้ว จำเป็นจะต้องมีหลักฐานทางโบราณคดีรองรับที่เป็นเมืองท่าซึ่งอยู่ร่วมสมัยเดียวกันในฝั่งทะเลทั้งสองด้าน เช่น เส้นทางข้ามคาบสมุทรสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์เส้นบนสุดจะอยู่บริเวณคอคอดกระ ซึ่งส่วนแคบที่สุดของแหลมมลายูโดยมีแหล่งโบราณคดีปากจั่น จังหวัดระนองอยู่ด้านฝั่งทะเลอันดามันในขณะที่เขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร อยู่ด้านฝั่งทะเลอ่าวไทยมีลูกปัดเป็นหลักฐานให้เห็นความเชื่อมโยงถึงกัน พัฒนาการของเส้นทางข้ามคาบสมุทรในระยะต่อมามีความชัดเจนมากสมัยศรีวิชัย ได้แก่ เส้นทางตะกั่วป่า-อ่าวบ้านดอนที่มีทุ่งตึก จังหวัดพังงาและแหลมโพธิ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเมืองท่าที่อยู่คนละด้าน ทั้งสองแห่งพบหลักฐานทางโบราณคดีเหมือนกัน โดยเฉพาะลูกปัดหลายสีที่มีความสวยงามโดดเด่นเป็นพิเศษต่างจากสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์

สำหรับคลองท่อมก็มีความเป็นไปได้อย่างมากกว่าถูกใช้เป็นเส้นทางข้ามคาบสมุทรด้วย โดยสามารถเดินทางไปได้ทั้งอ่าวบ้านดอนและนครศรีธรรมราชแต่ชุมชนทั้งที่อ่าวบ้านดอนและนครศรีธรรมราชกลับมีอายุที่ชัดเจนหลังสมัยศรีวิชัยลงมา การใช้อายุสมัยเพื่ออธิบายถึงการใช้เป็นเส้นทางข้ามคาบสมุทรระหว่างคลองท่อมกับเมืองท่าด้านฝั่งทะเลอ่าวไทยปัจจุบันจึงยังไม่เป็นที่รับรองกันเท่าไหร่นัก ในอนาคตหากพบโบราณวัตถุในสมัยราชวงศ์ฮั่นของจีน หรือจี้รูปบุคคลแบบโรมันรวมทั้งลูกปัดแก้วและหินในสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์เหมือนที่คลองท่อม ก็จะทำให้ภาพการใช้เส้นทางข้ามคาบสมุทรเส้นทางนี้ชัดเจนขึ้น

ที่มา : นาย กิตติพงศ์ ผู้ให้ข้อมูล

เทศบาลตำบลคลองท่อมใต้

082 – 8070727

http://park.dnp.go.th/

Advertisements